1. ขนาดรูขุมขนตามชนิดของไขมัน:

รูขุมขนกว้างมักพบในวัยรุ่นและผู้ที่มีผิวมัน รูขุมขนกว้างมักปรากฏบริเวณทีโซนและกลางใบหน้า สาเหตุหลักของรูขุมขนกว้างชนิดนี้คือการผลิตน้ำมันมากเกินไป เนื่องจากต่อมไขมันได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนและปัจจัยอื่นๆ ทำให้มีการหลั่งน้ำมันผิดปกติ และรูขุมขนที่อุดตันไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดรูขุมขนกว้างชนิดน้ำมัน การมีน้ำมันในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เมื่อต่อมไขมันรักษาสมดุลของการหลั่งน้ำมัน ผิวจึงจะเรียบเนียนและอ่อนนุ่ม หากไม่ใส่ใจทำความสะอาดผิวทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไป น้ำมันในรูขุมขนจะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดรูขุมขนกว้างชนิดน้ำมันขึ้น
อาการทางคลินิกของการขยายตัวของรูขุมขนชนิดไขมัน:
บริเวณที (หน้าผาก จมูก คาง) ผลิตน้ำมันมาก รูขุมขนเป็นรูปตัวยู และผิวมีสีเหลืองและมันเยิ้ม
หมายเหตุ: แนะนำให้ทำความสะอาดผิวเป็นประจำทุกวัน และควรควบคุมความมันของผิวก่อนเพื่อรักษาความผิดปกติของต่อมไขมัน
2. (แบบที่เริ่มมีริ้วรอย) รูขุมขนแบบที่เริ่มมีริ้วรอยจะหนา:

เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนจะสูญเสียไปในอัตรา 300-500 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่อายุ 25 ปี หลังจากอายุ 30 ปี การสร้างคอลลาเจนจะหยุดลง และแรงโน้มถ่วง รวมถึงรังสีอัลตราไวโอเลตและรังสีต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทำให้ผิวถูกทำลาย เกิดอนุมูลอิสระจำนวนมาก และโครงสร้างผิวถูกทำลาย คอลลาเจนที่ตายไปนั้นขาดความมีชีวิตชีวาและไม่สามารถรองรับรูขุมขนได้ เมื่อแรงดันรอบรูขุมขนไม่เพียงพอ รูขุมขนก็จะคลายตัว และขยายใหญ่ขึ้นจนผิดรูป
อาการทางคลินิกของภาวะรูพรุนขนาดใหญ่เสื่อมสภาพตามวัย:
ปริมาณคอลลาเจนในร่างกายจะลดลงตามอายุ รูขุมขนมีลักษณะหนาและเป็นรูปตัว Y เรียงตัวเป็นเส้นเชื่อมต่อกัน
หมายเหตุ: แนะนำให้รับประทานคอลลาเจนเสริมและใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอย เพื่อเพิ่มความอิ่มเอิบและความยืดหยุ่นของผิว
3. รูพรุนขนาดใหญ่เนื่องจากขาดน้ำ:

อาการนี้มักเกิดขึ้นในผู้ที่มีผิวแห้ง เนื่องจากผิวไม่ได้รับการบำรุงและให้ความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ การนอนดึกและสภาพอากาศแห้ง จะทำให้ชั้นเคราตินบริเวณรูขุมขนบางลง ส่งผลให้รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รูขุมขนมีลักษณะชัดเจน มีการลอกเป็นขุยเฉพาะจุด และสีผิวคล้ำลง ในกรณีที่รุนแรง จะมีลักษณะคล้ายเปลือกส้มแห้ง และรูขุมขนเป็นรูปไข่
ลักษณะทางคลินิกของรูขุมขนกว้างชนิดขาดน้ำ ได้แก่ ผิวแห้งอย่างเห็นได้ชัด รูขุมขนรูปไข่หนา และเห็นร่องกล้ามเนื้อชัดเจน
ข้อควรระวัง: เติมน้ำทั้งภายในและภายนอกร่างกาย และดูแลสุขภาพเรื่องการดื่มน้ำในแต่ละวันให้ดี
4. รูขุมขนขนาดใหญ่และมีขน:

มักเกิดขึ้นในคนที่ไม่รักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี ลักษณะเด่นของรูขุมขนเคราตินคือการเผาผลาญเคราตินที่ผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการไม่ใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นประจำ และการขาดวิตามินในร่างกาย ทำให้เกล็ดเลือดอุดตันรูขุมขน ส่งผลให้ไขมันที่สะสมอยู่ในรูขุมขนผสมกันและค่อยๆ ขยายตัว จนในที่สุดนำไปสู่การเกิดรูขุมขนเคราติน
อาการทางคลินิกของการขยายตัวของรูขุมขนแข็ง:
ชั้นฐานของหนังกำพร้าสร้างเซลล์ใหม่และลำเลียงไปยังชั้นบนอย่างต่อเนื่อง เมื่อเซลล์เสื่อมสภาพ ชั้นนอกสุดของหนังกำพร้าก็จะก่อตัวขึ้น การทำความสะอาดผิวอย่างไม่ถูกวิธีเป็นเวลานานจะทำให้กระบวนการเผาผลาญของผิวไม่ราบรื่นและไม่สามารถผลัดเซลล์ผิวได้ตามกำหนด ส่งผลให้รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น
ข้อควรระวัง: ควรทำความสะอาดทุกวันให้สะอาดหมดจด และกำจัดหนังกำพร้าที่แข็งตัวนานออกอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง:
5. รูขุมขนที่อักเสบจะหนาขึ้น:
โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นที่ฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งนำไปสู่การอักเสบของผิวหนัง (สิว) เมื่อรูขุมขนอุดตันด้วยน้ำมันและฝุ่นละออง ก็จะเกิดหนองหรือการอักเสบได้ง่าย และกลายเป็นสิวอักเสบ หากบีบสิวมากเกินไป ผิวหนังก็จะแตก หากชั้นหนังแท้เสียหาย และผิวหนังขาดความสามารถในการสร้างใหม่ ก็จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นนูนและบุ๋ม ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
หมายเหตุ: แนะนำว่าไม่ควรบีบเนื้อเยื่อผิวหนังมากเกินไป และควรใช้ร่วมกับการฉายแสงเพื่อกำจัดสิว ลดการอักเสบของผิวหนัง และลดความเสี่ยงของรูขุมขนกว้าง
6. การดูแลที่ไม่ถูกวิธีทำให้รูขุมขนกว้าง:
การดูแลผิวที่ไม่ถูกวิธีในชีวิตประจำวันก็อาจทำให้รูขุมขนกว้างได้เช่นกัน เช่น การไม่ทาครีมกันแดดให้ถูกวิธี รังสีอัลตราไวโอเลตจะทำลายโครงสร้างผิว และการตายของเซลล์จะนำไปสู่รูขุมขนกว้าง การสูบบุหรี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน ควันบุหรี่เพียงครั้งเดียวสามารถสร้างอนุมูลอิสระได้มากกว่า 1 ล้านล้านตัว การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ วิธีการบีบสิวที่ไม่ถูกวิธี การแต่งหน้าที่ไม่เหมาะสม การใช้มาส์กหน้ามากเกินไป และพฤติกรรมอื่นๆ ล้วนเป็นสาเหตุของรูขุมขนกว้างเช่นกัน
หมายเหตุ: การดูแลทารกทุกวันเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ ควรดูแลทารกอย่างสม่ำเสมอและแก้ไขนิสัยที่ไม่ดี และ...เครื่องวิเคราะห์ผิวหนังจะช่วยให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังได้อย่างแม่นยำ!
วันที่เผยแพร่: 24 กุมภาพันธ์ 2566




